ดันเศรษฐกิจดิจิทัลด้วยบล็อกเชน

[ดันเศรษฐกิจดิจิทัลด้วยบล็อกเชน เพื่อพัฒนาธุรกิจ สร้างรายได้เข้าประเทศ รัฐต้องปลดล็อคระเบียบและวางโครงสร้างสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัล]


ผมในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัลฯ พรรคไทยสร้างไทย มีโอกาสไปมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนทั้งในและต่างประเทศหลายท่านเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมาช่วยพัฒนาธุรกิจและองค์กร ในงาน “Block on the Beach” จัดโดยบริษัท ฟินสเตเบิ้ล จำกัด และพันธมิตร ระหว่างวันที่ 1-3 มิถุนายนนี้

.

วันนี้ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมบล็อกเชนของไทย มีนวัตกรรมทัดเทียมระดับโลก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจและนำรายได้มหาศาลเข้าประเทศ เช่น Web 3.0 ที่จะช่วยกระจายอำนาจ โดยเฉพาะความเป็นเจ้าของข้อมูลให้กับผู้ใช้งาน การออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน และการสร้างระบบนิเวศน์สำหรับ NFT ที่จะช่วยปกป้องความเป็นเจ้าของในสินทรัพย์ใด ๆ เป็นต้น

.

อย่างไรก็ตาม การจะผลักดันให้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในเศรษฐกิจดิจิทัล จนขึ้นเป็นผู้นำในระดับภูมิภาคได้นั้น จำเป็นต้องมีนโยบายจากภาครัฐที่มีวิสัยทัศน์ ตั้งแต่ปลดล็อคกฎระเบียบที่ปิดกั้นการเติบโตของนวัตกรรม จนไปถึงการวางนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศน์ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ไม่เสียโอกาสของประเทศไทยดังที่เคยเป็นมาแล้วในยุคก่อนหน้านี้ เพราะในยุค Web 2.0 แพลตฟอร์มของคนไทยไม่ได้รับการผลักดันให้ประสบความสำเร็จเพียงพอ จนคนไทยที่มีศักยภาพหลายคนต้องไปจดทะเบียนบริษัทอยู่ต่างประเทศ เพื่อเข้าถึงความสำเร็จ

.

ในช่วงของการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ผมได้ให้ทุกคนในงานทดลองใช้ระบบ DAO.thaisangthai.org หรือ D-Vote.com ที่เคยเป็นนโยบายหลักในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ของ น.ต.ศิธา ทิวารี ผู้สมัครหมายเลข 11 จากพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งระบบนี้เป็นการนำบล็อกเชนและการยืนยันตัวตนมาใช้เพื่อกระจายอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง เช่น การผลักดันนโยบาย เรตติ้งการทำงานของหน่วยงานต่างๆ รับฟังความเห็นสาธารณะ ฯลฯ ซึ่งตรงกับแนวคิดหลักของพรรคคือ Empower และ Liberate ประชาชน

.

ผมจะเดินหน้าให้ระบบนี้เปิดการใช้งานเต็มรูปแบบเร็วๆ นี้ให้กับทุกพรรคการเมืองและหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการฟังเสียงประชาชนและนำไปปฏิบัติต่อ